พินทิ : ตาที่สาม

มนุษย์ทุกคนมีตาที่สามอยู่ภายใน ตาทั้งสองข้างใช้มองโลกภายนอกตัวเรา ส่วนตาที่สามใช้ในการมองย้อนเข้าไปในตัวเองผ่านเทพเจ้า


หนึ่งในเครื่องประดับที่รู้จักกันแพร่หลายที่สุดของสตรีฮินดูคือจุดสีสดที่หว่างคิ้ว เรียกว่า พินทิ (bindi) ซึ่งมักเป็นจุดสีแดง แต่ก็อาจมีรูปร่างและสีอื่นๆ อีกก็ได้ คำว่า พินทิ มาจากคำว่า พินทุ (bindu) ในภาษาสันสกฤตที่หมายถึงจุด หรือ หยด 

The Indian Bindi | heleneurhaug
สตรีฮินดูประดับพินทิ (ที่มาของภาพ)

การใช้เครื่องหมายนี้ย้อนกลับไปหลายศตวรรษ หญิงที่แต่งงานแล้วจะทาผงขมิ้นสีแดงที่ทำจากขมิ้นผงกับน้ำมะนาวหรือน้ำเลมอนทั่วหน้าผากเพื่อแสดงสถานะสมรสของตน สีแดงหมายถึงรักแท้ ความเจริญ เกียรติและความกล้าหาญ 

บางคนเชื่อว่าพินทิเกี่ยวข้องกับการบูชายัญแด่เทพเจ้า ทั้งนี้ ในสังคมอารยันโบราณ เจ้าบ่าวจะทำเครื่องหมายติละกะ (Tilaka) หรือที่คนไทยเรียกว่า “ดิลก” ซึ่งหมายถึงรอยแต้มหรือเจิมที่หน้าผากเพื่อเป็นมงคลบนหน้าผากเจ้าสาว เชื่อกันว่าพินทิเป็นสัญลักษณ์ของความโชคดี มีพลังปกป้องทั้งหญิงแต่งงานแล้วกับสามีของเธอ

A modern bride.
เจ้าสาวฮินดู (ที่มาของภาพ)

ตำแหน่งของพินทิมีนัยสำคัญมาก หว่างคิ้วถือเป็นจุดศูนย์รวมประสาทสำคัญที่มนุษย์รู้จักมาแต่โบราณ ตามความเชื่อของลัทธิตันตระ ตำแหน่งดังกล่าวเรียกว่า “อาชญาจักระ” (Ajna Chakra) ที่เชื่อว่าอยู่ในศีรษะหลังหว่างคิ้ว เป็นตำแหน่งของการตื่นรู้และพุทธิปัญญา เป็นตำแหน่งที่ควบคุมระดับของความสงบนิ่งระหว่างการทำสมาธิซึ่งจะปลุกพลังที่สงบนิ่งอยู่ในกระดูกสันหลังให้พวยพุ่งสู่สมอง มนุษย์เห็นสิ่งต่าง ๆ ในความฝันโดยอาศัยอาชญาจักระ ขณะเดียวกันพลังงานทางจิตวิญญาณจากสิ่งรอบตัวเข้ามาในร่างกายผ่านทางจักระนี้ด้วยเช่นกัน จุดสีแดงที่หว่างคิ้วจึงเป็นตัวแทนของพลังในร่างกายและการควบคุมระดับความเข้มข้นของพลังดังกล่าว รวมถึงเป็นศูนย์กลางในการให้กำเนิดพลังและเครื่องหมายของมงคล

Ajna Chakra 6 Candle - House of Formlab
อาชญาจักระ (ที่สองจากบน) ตำแหน่งของพุทธิปัญญา (ที่มาของภาพ)

ความเชื่อในศาสนาฮินดู มนุษย์ทุกคนมีตาที่สามอยู่ภายใน ตาทั้งสองข้างใช้มองโลกภายนอกตัวเรา ส่วนตาที่สามใช้ในการมองย้อนเข้าไปในตัวเองผ่านเทพเจ้า พินทิจึงเป็นสัญลักษณ์ของศรัทธาและเป็นเครื่องเตือนให้มนุษย์มีเทพเจ้าเป็นศูนย์กลางของความคิดตลอดเวลา

ปัจจุบัน ความหมายทางศาสนาและจิตวิญญาณของพินทิดูจะลดความเคร่งครัดลงกว่าในอดีต เปลี่ยนไปสู่การเป็นเครื่องประดับและแฟชั่นมากขึ้น พินทิเปลี่ยนไปเป็นอัญมณีและเครื่องประดับหลากรูปทรงและสีสันซึ่งแพร่หลายและได้รับความนิยมกว้างขวางไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะสตรีฮินดูอีกต่อไป ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้อีกอย่างหนึ่งคือ หญิงโสดนิยมประดับพินทิสีดำ ส่วนหญิงที่แต่งงานแล้วจะใช้พินทิสีแดง แต่ก็มีอีกไม่น้อยที่เลือกพินทิที่มีสีและรูปทรงเข้ากับส่าหรีหรือเสื้อผ้าที่สวมใส่

File:Bijoux de peau bindi.JPG
พินทิตามแฟชั่นสมัยใหม่ (ที่มาของภาพ)

ขณะเดียวกัน พินทิยุคใหม่ยังขยายไปสู่ผู้ชายด้วย คือ ชายฮินดูสมัยใหม่บางคนจะเจิมหรือประดับพินทิที่หน้าผากในวาระมงคลอย่างการร่วมพิธีกรรม การแต่งงาน การออกเดินทางไปที่ที่ไกลๆ และเมื่อกลับมาจากการเดินทางดังกล่าว

All About the Bindi | Vintage Indian Clothing
การประดับพินทิของชายฮินดูร่วมสมัย (ที่มาของภาพ)

อย่างไรก็ตาม บทบาทและความหมายที่เปลี่ยนไปของพินทิทำให้เกิดคำถามถึง “ความเหมาะสมทางวัฒนธรรม” และยังเป็นประเด็นถกเถียงกันอยู่ในปัจจุบัน

เรียบเรียง โดย ชัยจักร ทวยุทธานนท์

แหล่งข้อมูล

https://en.wikipedia.org/wiki/Bindi_(decoration)

https://www.ancient-origins.net/history-ancient-traditions/bindi-investigating-true-meaning-behind-hindu-forehead-dot-007272

https://www.hinduamerican.org/blog/the-purpose-of-the-bindi/

https://www.ancient-symbols.com/symbols-directory/bindi.html