ฟอร์เก็ตมีน็อต : รูปงาม นามเพราะ

ฟอร์เก็ตมีน็อต (Myosotis arvensis) เป็นพืชดอกในวงศ์หญ้างวงช้าง (Boraginaceae) ความสูง 15-30 เซนติเมตร เมื่อโตเต็มอาจสูงได้ถึง 1 เมตร ลำต้นแข็ง ดอกขนาดเล็กมี 5 กลีบ ตรงกลางมีสีเหลือง เมื่อตูมมีสีชมพูแล้วเปลี่ยนเป็นมีสีน้ำเงินเมื่อบานเดิมเชื่อว่ามีกว่า 500 ชนิด ปัจจุบันเหลือเพียง 74 ชนิด พบในยุโรป อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ปาปัวนิวกินี และเกาะนิวซีแลนด์

Forget me not | de.wikipedia.org/wiki/Vergissmeinnicht | Manu | Flickr
ดอกฟอร์เก็ตมีน็อต พันธุ์สีฟ้า (ที่มาของภาพ)

ไมโอโซติส (Myosotis) ชื่อเป็นทางการของต้นไม้นี้มาจากภาษากรีกว่า μυοσωτίς แปลว่า “หูหนู” (mus = หนู กับ otis = หู) ซึ่งเรียกตามลักษณะของใบ นั่นเอง ขณะที่บางท้องถิ่นเรียกว่า scorpion grasses ส่วนชื่อ forget me not ในภาษาอังกฤษนั้น เป็นคำทับศัพท์จากภาษาเยอรมันว่า Vergissmeinnicht ซึ่งแปลว่า อย่าลืมฉัน เช่นกัน กล่าวกันว่าคำดังกล่าวปรากฏใช้ในภาษาอังกฤษเมื่อปลายศตวรรษที่ 14

ตำนานกรีกโบราณเล่าว่า ซูสประสงค์จะให้พืชทุกชนิดมีชื่อเรียก ไม้ดอกสีฟ้านี้จึงตะโกนว่า “อย่าลืมฉันด้วยนะ!” มหาเทพจึงประทานชื่อดังกล่าวให้นับแต่นั้นเป็นต้นมา

ขณะเดียวกันก็มีตำนานสมัยกลางกล่าวถึงอัศวินฝรั่งเศสคนหนึ่งเดินเล่นกับหญิงงามผู้เป็นที่รัก เขาเห็นดอกไม้สีฟ้าสวยอยู่ริมคูน้ำจึงไปเก็บให้เธอ แต่พื้นที่ดังกล่าวชุ่มไปด้วยน้ำ ดังนั้น เมื่อเขาย่อตัวลงจะเก็บดอกไม้ น้ำหนักชุดเกราะทำให้เขาจมทันที

“ne m’oubliez pas” (อย่าลืมฉัน) เขาร้องขึ้นพลางโยนดอกไม้ที่เก็บมาไปหญิงสาวที่ยืนตะลึงงันอยู่บนฝั่ง ก่อนที่เขาจะจมหายไป

Forget Me Not รูปถ่าย - ดาวน์โหลดรูปฟรี - Pixabay
ดอกฟอร์เก็ตมีน็อต พันธุ์สีม่วง (ที่มาของภาพ)

นอกจากชื่อที่ฟังดูโรแมนติกแล้ว ฟอร์เก็ตมีน็อตยังมีเครื่องหมายของรักแท้และความทรงจำ ดังเห็นได้จากมีการนำดอกไม้ชนิดนี้ไปเป็นตราสัญลักษณ์ของสมาคมอัลไซเมอร์ (Alzheimer Society) ทั่วโลก โดยมีชื่อทั้งภาษาฝรั่งเศสและภาษาอังกฤษอยู่ในตราดังกล่าวเพื่อเป็นเครื่องเตือนใจผู้ป่วยและผู้ดูแลว่าอย่าให้ความทรงจำหายไปในอ

Forget Me Not | Alzheimer Society of Nova Scotia
ตราสมาคมอัลไซเมอร์แห่งแคนาดา (ที่มาของภาพ)

ในอดีตองค์กร 2 แห่งที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลยแต่กลับใช้ดอกฟอร์เก็ตมีน็อตเป็นสัญลักษณ์เหมือนกันโดยบังเอิญ นั่นคือ มีการใช้เป็นเครื่องหมาย (เข็มกลัด)ในการประชุมใหญ่ของกลุ่มภารดาเมสัน Zur Sonne ที่เมืองเบรเมน เยอรมนี ในปี 1926 ต่อมาในปี 1938 ก็มีการนำเข็มกลัดจากโรงงานเดียวกันไปใช้ในการประชุมประจำปีของพรรคนาซี (Winterhilfswerk) ที่จัดขึ้นโดยหน่วยสวัสดิการประชาชนสังคมนิยมแห่งชาติซึ่งเป็นองค์กรภายใต้พรรคนาซี หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีการฟื้นฟูเครื่องหมายรูปดอกฟอร์เก็ตมีน็อตขึ้นมาใหม่ในการการประชุมใหญ่ของกลุ่มฟรีเมสันอีกครั้ง เมื่อปี 1948

WW2 WW1 German Empire flag Pin Cross Enamel Badge Brooches - buy at the  price of $2.85 in aliexpress.com | imall.com
การประดับเข็มกลัดรูปดอกฟอร์เก็ตมีน็อต (ที่มาของภาพ)
READ the STORY MASONIC "Forget Me Not" WW2 Lapel Pin Freemason Hat
ดอกฟอร์เก็ตมีน็อตกับสัญลักษณ์ของกลุ่มฟรีเมสัน (ที่มาของภาพ)

ดอกฟอร์เก็ตมีน็อตถูกใช้ในอีกหลายบริบท เช่น ขณะที่ในเยอรมนีมีธรรมเนียมการใช้ดอกฟอร์เก็ตมีน็อตเป็นสัญลักษณ์ของทหารผ่านศึกเช่นเดียวกับการใช้ดอกป๊อบปี้ของอังกฤษ นอกจากนี้ในวาระครบรอบ 100 ปีของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวอาร์มีเนีย (Armenian Genocide) ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างปี 1914-1923 ก็มีการนำดอกไม้ดังกล่าวมาใช้เป็นที่ระลึกด้วย เช่นเดียวกับวันเด็กหายนานาชาติ (International Missing Children’s Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 25 พฤษภาคม ของทุกปี ก็มีการนำดอกฟอร์เก็ตมีน็อตมาเป็นสัญลักษณ์ด้วย

Pin on Armenian Awesomeness
ความหมายของรูปดอกฟอร์เก็ตมีน็อตในสัญลักษณ์ที่ระลึก 100 ปี การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวอาร์เมเนีย (ที่มาของภาพ)

Forget-me-not chosen as the theme for missing children stamp, envelope
ดอกฟอร์เก็ตมีน็อตบนสแตมป์ที่ระลึกวันเด็กหายแห่งชาติของสหรัฐ (ที่มาของภาพ)

เรียบเรียง โดย ชัยจักร ทวยุทธานนท์

แหล่งข้อมูล

https://www.icmec.org/global-missing-childrens-center/imcd/

https://laidbackgardener.blog/tag/legend-of-the-forget-me-not/

https://en.wikipedia.org/wiki/Myosotis

https://symbolism.fandom.com/wiki/Forget-Me-Not