the bogey-beast

นิทานอ่านชีวิต…หม้อทอง

เรียบเรียง โดย ชัยจักร ทวยุทธานนท์

สิ่งต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตมีทั้งที่ชอบใจและไม่ชอบใจ เลือกมองด้านดีๆ ที่ให้ความสุข ความหวัง แทนการเอาแต่โวยวาย คร่ำครวญและน้อยใจในโชคชะตา จะดีกว่าไหม


มีหญิงชรายากจนคนหนึ่งเป็นคนมองโลกในแง่ดี อาศัยตามลำพังในกระท่อมเก่าๆ ดำรงชีพด้วยอาหารเล็กน้อยจากการทำงานให้เพื่อนบ้าน แต่เธอก็มีความสุขและยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่เสมอ เพราะในโลกนี้เธอไม่มีสิ่งใดที่ต้องการอีกแล้ว

ค่ำวันหนึ่งในฤดูร้อน ขณะกำลังก้าวเดินช้าๆ ไปตามถนนสู่กระท่อมที่พัก เธอก็มองเห็นหม้อดำใบใหญ่อยู่ในคูน้ำข้างทาง

“คุณพระคุณเจ้า” เธอร้องขึ้น “คงดีอยู่หรอก ถ้าฉันมีอะไรพอใส่ในหม้อนั่น แต่เสียดาย ฉันไม่มี แล้วใครเอาหม้อมาทิ้งไว้ในคูนั้นนี่กันนะ”

เธอหันมองไปรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นใครที่พอจะเป็นเจ้าของหม้อใบนั้นได้

“หม้อคงรั่วกระมั้ง” เธอพึมพำ “เจ้าของก็เลยเอามาทิ้ง แต่ถ้าเอากลับบ้านไปไว้ปลูกดอกไม้ที่ข้างหน้าต่างก็คงดี”

“อุ๊ย ตาเถน” เธอตะโกนด้วยความประหลาดใจเมื่อเปิดฝาหม้อ

“มีทองอยู่เต็มไปหมด ฉันโชคดีอะไรเช่นนี้ ฉันรวยแล้วๆ”

เธอร้องซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้นเหมือนคนเสียจริต แต่พอตั้งสติได้เธอก็คิดว่าจะนำหม้อกลับไปบ้านยังไง มันหนักมากจนเธอแบกไปคนเดียวไม่ไหว

หญิงชราก็ปลดผ้าคลุมไหล่ออกมาผูกกันหูหม้อแล้วลากไปตามทาง

“จะค่ำแล้ว” เธอพูดกับตัวเองขณะลากหม้อไป “แต่ก็ดีนะ พวกเพื่อนบ้านจะได้ไม่เห็นว่าฉันเอาอะไรกลับบ้าน คืนนี้ฉันคงนอนไม่หลับแน่ บางทีฉันจะเอาทองพวกนี้ไปซื้อบ้านใหม่หลังใหญ่ๆ มีเตาผิงอุ่นๆ ให้ฉันนั่งจิบชาอยู่ใกล้ๆ เหมือนราชินี ไม่ต้องทำงานแลกอาหารอีกแล้ว หรือฉันจะเอาทองใส่กาน้ำชาจีนแล้วฝังไว้ในสวนดีนะ จะได้ไม่มีใครรู้…หรือฉันจะ… โอ๊ย ฉันตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว”

เธอรู้สึกเหนื่อยเพราะต้องลากหม้อทองหนักอึ้งจนต้องนั่งพัก มองดูสมบัติของเธออย่างถี่ถ้วน

ในหม้อใบนั้น เหรียญทองในหม้อหายไปแล้วกลายเป็นก้อนเงินแทน

เธอตาลุกวาว ขยี้ตาแล้วเพ่งดูอีกครั้ง

“ไม่ใช่ทองงั้นเหรอ นี่ฉันฝันไปใช่ไหม แต่ก็ดีสิ เงินใช้ง่ายกว่าทอง แถมโจรก็ไม่ชอบเงินเท่าทองเสียด้วย การมีทองมากๆ อาจทำให้ฉันไม่ปลอดภัย ฉันจะเอาเงินพวกนี้ไป…”

เธอคิดฟุ้งซ่านไปว่าจะนำเงินไปใช้อะไรบ้าง หลังจากหายเหนื่อยแล้ว เธอก็เริ่มลากหม้อใบนั้นไปตามทาง จนเมื่อรู้สึกเหนื่อยก็นั่งพักและเปิดหม้อดู คราวนี้เธอไม่เห็นอะไรนอกจากก้อนเหล็กเต็มหม้อ

“ตายล่ะ” เธอพูดขึ้น “ฉันหลงคิดว่าเป็นก้อนเงิน นี่ฉันคงฝันไปสินะ แต่ก็ยังถือว่าโชคดีล่ะ ฉันจะเอาเหล็กพวกนี้ไปขาย ดีเสียอีก ไม่ต้องคิดว่าจะเก็บเงินเก็บทองไว้ที่ไหนให้ปลอดภัย ฉันคงนอนหลับไม่สนิทแน่ แต่เหล็กพวกนี้ ถ้าเอาไปขายมากๆ ฉันก็จะมีเงินไม่แพ้คนรวยเหมือนกัน”

หญิงชราออกเดินอีกครั้ง และเมื่อเหนื่อยก็นั่งลง เปิดฝาหม้อดู เหล็กหายไปแล้ว เหลือแต่หินก้อนใหญ่ๆ เต็มหม้อ

“แย่จริงๆ ฉันนึกว่าเป็นก้อนเหล็กมาตลอด ที่แท้เป็นก้อนหินอย่างนั้นสินะ แต่ไม่เป็นไร ยังไงก็ถือว่าโชคดีล่ะ ฉันกำลังต้องอยากได้หินไปซ่อมรั้วอยู่พอดี”

ภายใต้แสงรำไรของยามค่ำ หญิงชราลากหม้อใบนั้นลงเนินตรงไปยังกระท่อม หยิบหินในหม้อออกมาซ่อมรั้ว ซึ่งบัดนี้มันมั่นคงแข็งแรงมากเท่าที่หินจะทำได้

เธอนั่งปลดชายผ้าคลุมไหล่ออกจากหูหม้อ ทันใดนั้นก็มีเสียงเล็กแหลมกรีดร้องขึ้น บางอย่างขนาดเท่าลอมฟางกระโดดออกมาจากหม้อ ขาผอมๆ หูยาว หางยาวโบกสะบัดไปมาพร้อมวิ่งไปรอบๆ ส่งเสียงร้องไม่หยุดเหมือนเด็กซนๆ

หญิงชรามองตามมันจนลับตา แล้วหัวเราะลั่น

บางอย่างขนาดเท่าลอมฟางกระโดดออกมาจากหม้อ (ที่มาของภาพ)

“หึหึ” เธอหัวเราะเบาๆ “ช่างโชคดีเสียจริง วันนี้ฉันเจอผีโบกี้ตัวเป็นๆ หลอกเข้าแล้ว ไม่น่าเชื่อเลย เอาล่ะ ทีนี้ฉันจะได้เลิกกังวลเสียทีว่าจะเจออะไรในหม้อนั่นอีกบ้าง เฮ้อโล่งอก”

หญิงชรากลับเข้าไปในกระท่อม นั่งหัวเราะกับความโชคดีที่เกิดขึ้นกับเธอในค่ำวันนั้นตามลำพัง


บทส่งท้าย

ในอดีตเชื่อกันว่าผีโบกี้ (Bogey) แปลงร่างเป็นอะไรก็ได้ และสามารถผ่านเข้าไปได้ทุกที่ เพียงเป็นฝุ่นละอองปลิวเข้าทางช่องหน้าต่างหรือรูกุญแจเท่านั้น ผู้ใหญ่มักใช้เรื่องผีโบกี้มาขู่เด็กที่เอาแต่เล่นซนไม่ยอมกินข้าว โดยขู่ว่ามีผีบูกี้ซ่อนอยู่ใต้เตียง ในตู้เสื้อผ้าหรือตามมุมมืดของบ้าน มันจะมาทำให้เด็กฝันร้าย

Flora Annie Steel, ca. 1903

จากนิทานพื้นบ้านอังกฤษเรื่อง The Bogey-Beast ในหนังสือ English Fairy Tales ที่ ฟลอรา แอนนี สตีล (Flora Annie Steel, 1847-1929 (ภาพซ้ายมือ) นักเขียนชาวอังกฤษรวบรวมพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1922(ที่มาของภาพ)

เรียบเรียงจาก

https://americanliterature.com/childrens-stories/the-bogey-beast